Digital Footprint คืออะไร ?
เคยไหม… เวลาที่คุณต้องการรู้จักประวัติใครสักคน แล้วอยากจะหาข้อมูลคน ๆ นั้นเพิ่ม จึงไปค้นหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต ?
เคยไหม… เวลาที่อยากกินอะไรสักอย่าง แต่ไม่รู้จะไปหาที่ไหน เลยค้นหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต ?
เคยไหม.. ที่อยากไปพักผ่อนกับครอบครัว แต่ไม่รู้จะไปไหน เลยหาสถานที่เที่ยวสวย ๆ ที่คนแนะนำทางอินเตอร์เน็ต?
เชื่อว่าถ้าถามคำถามนี้ในสมัยก่อน คุณอาจจะนึกภาพไม่ออก และอาจจะส่ายหัว แต่คำถามเหล่านี้ กับกลายเป็นพฤติกรรมธรรมดาทั่วไป ที่เกิดขึ้นกับคนในสังคม ที่ใช้ชีวิตเชื่อมโยงโลกทางกายภาพและโลกออนไลน์เป็นส่วนหนึ่งของกันและกันอย่างกลมกลืน และการค้นหาข้อมูลหลายๆอย่างที่เจอบนอินเตอร์เน็ตเนี่ยแหละ คือ Digital Footprint ที่ถูกสร้างไว้อย่างตั้งใจให้คุณหาเจอ
เคยคิดไหม … สถานที่ๆคุณชอบไปเที่ยวคือที่ไหน ชอบกินอะไร ชอบอยู่กับใคร ไม่ได้เป็นความลับอีกต่อ
เคยคิดไหม … เวปไซต์ที่คุณเข้าไปดูครั้งล่าสุด ของที่คุณซื้อมาครั้งสุดท้าย ก็อาจจะไม่ยากเกินไปที่คนอื่นจะรู้ได้
เคยคิดไหม … เรื่องราวที่คุณเคยคุยกับเพื่อนเมื่อ 3 เดือนก่อน สิ่งที่คุณเคยทำเมื่อ 5 ปีที่แล้ว คนอื่นสามารถย้อนกลับไปดูได้
สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้อีกต่อไป เพราะว่าในโลกเทคโนโลยีในปัจจุบันได้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้ความสะดวกสบาย และเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้งานให้ได้มากที่สุด แต่การแลกมาซึ่งความพิเศษในได้รับอย่างที่กล่าวมานั้น เราได้อนุญาตให้คอมพิวเตอร์ เวปไซต์ โปรแกรมเมอร์ หรือ แม้แต่คนทั่วไปธรรมดาสามารถรู้ข้อมูลส่วนตัวของคุณได้ และนั่นคือ Digital Footprint ที่คุณสร้างเอาไว้แบบไม่ได้ตั้งใจ
"Digital Footprint" หรือที่หลายๆคนจะชอบเรียกว่า "ร่องรอยดิจิทัล" คือ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นจากการทำกิจกรรมต่าง ๆ บนโลกอินเตอร์เน็ตที่คุณทำทิ้งไว้ ไม่ว่าจะด้วยความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม เช่น ข้อความที่โพสต์, เว็บไซต์ที่คุณเข้าอยู่ทุกวัน, ข่าวที่คุณเปิดอ่าน เปรียบเสมือนประวัติของคุณบนโลกอินเตอร์เน็ต พวกเราอยากจะตั้งชื่อภาษาไทยให้ Digital Footprint ว่า "ประวัติดิจิทัล"
ประวัติดิจิทัล แบ่งได้เป็น 2 ประเภท
-
01
ประวัติดิจิทัลแบบไม่รู้ตัว (Passive Digital Footprint) เป็นประวัติหรือสิ่งที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ ที่คุณไม่ได้ตั้งใจที่จะทิ้งไว้ เช่น เวลาใช้งานอินเตอร์เน็ต หรือคอมพิวเตอร์ที่จะมีรหัสประจำตัว (IP address) ซึ่งเมื่อเยี่ยมชมเว็บไซต์ จะมีประวัติการค้นหาต่างๆ ถูกเก็บบันทึกไว้ ทำให้ถูกติดตามหรือระบุตัวตนได้
-
02
ประวัติดิจิทัลแบบตั้งใจทำ (Active Digital Footprint) เป็นประวัติ หรือสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยความตั้งใจหรือรู้ตัว เช่น การโพสต์ข้อความบน Social Media, เขียนข้อความต่างๆ ส่งหาเพื่อนทางออนไลน์ หรือการส่งอีเมลหาบุคคลอื่น ซึ่งสามารถถูกเข้าถึงได้โดยใครก็ตาม
Business's Digital Footprint
เนื่องจากทุกๆ อย่างที่เกิดขึ้นบนอินเตอร์เน็ตนั้นสามารถถูกค้นหาเจอได้ มันจึงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับธุรกิจเป็นอย่างมากว่า ชื่อเสียงบนโลกออนไลน์นี้เป็นอย่างไร ได้มีการบริหารจัดการประวัติดิจิทัลนี้ได้เหมาะสมหรือไม่ เพราะเหรียญมี 2 ด้านเสมอ เรามาดูกันว่า มีเรื่องอะไรบ้างเกี่ยวกับ Digital Footprint ที่ธุรกิจต้องสามารถนำมาใช้เพิ่ม Digital Footprint และต้องระวังให้ดี
Brand and Product Presence : ระวังคนอื่นทำการตลาดบนธุรกิจเรา
เรื่องพลาดหลักๆที่หลายธุรกิจไม่คิดก็คือ ธุรกิจคุณอาจจะไม่ได้เน้นการขายผ่านช่องทางออนไลน์ แต่ลองนึกภาพตามดูว่าธุรกิจคุณเปิดมามีชื่อเสียงกว่า 30 หรือ 50 ปี ทุกคนรู้จักคุณหมดถ้าอยู่ในวงการ แล้วมาวันหนึ่ง มีธุรกิจหน้าใหม่พึ่งเปิดทำธุรกิจแบบเดียวกัน
เพียงแต่ว่าไม่ว่าลูกค้าคุณจะ Search หาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตเกี่ยวกับคุณอย่างไรก็หาไม่เจอ หรือ เจอน้อยมาก แต่เจอคู่แข่งรายใหม่อยู่ทุกที่ มีทั้งเวปไซต์ มีโซเชียลมีเดีย มีรีวิวการบริการจากลูกค้ามากมาย การันตีได้เลยว่า ถ้าธุรกิจคุณไม่ใช่ธุรกิจกึ่งผูกขาด ไม่นานยอดขายคุณสะเทือนแน่นอนในอนาคตอันใกล้นี้
ลองมาดูเทคนิคต่างๆที่คนทำธุรกิจที่ไม่สนใจเรื่อง Digital Footprint อาจจะต้องโดนอย่างเจ็บปวดกันแน่ๆ ว่ามีอะไรบ้าง
ตัวอย่างที่ 1 : การซื้อ Google Ads Keyword โดยคู่แข่ง
ถ้าธุรกิจ หรือ แบรนด์ของคุณมีคำเฉพาะที่เป็นจุดเด่นของแบรนด์ อาจมีคู่แข็ง หรือ ธุรกิจที่ขายสินค้าใกล้เคียงมาประมูลซื้อ keyword ของคุณผ่าน Google Ads ทำให้เมื่อค้นหาคำดังกล่าวก็จะปรากฎโฆษณาของแบรนด์นั้นๆ ขึ้นมาก่อนแบรนด์ของคุณ ในเหตุการณ์นี้คุณอาจเสียลูกค้าไปให้คู่แข่งอย่างมหาศาล
ตัวอย่างที่ 2 : ประชาสัมพันธ์ใน Youtube Channel
การทำให้คู่แข่งสามารถมาซื้อโฆษณา Youtube ของช่องคุณได้ และโฆษณาสินค้า/บริการของเขา สิ่งที่คุณห้ามลืมเด็ดขาดคือการตั้งระบบโฆษณาว่าไม่ให้ช่องอื่นๆ มาโฆษณาบนช่องคุณได้ เพราะนี้คืออีกจุดรั่วไหลของลูกค้าในอนาคต
ตัวอย่างที่ 3 : การใช้ Authority Figure
อีกหนึ่งวิธีในการเพิ่ม Digital Footprint คือการนำแบรนด์ให้เข้าให้เข้าไปอยู่บนเว็บไซต์ที่มีชื่อเสียง ไม่ว่าจะเป็นการลงโฆษณารีวิว หรือการซื้อพื้นที่โฆษณา แม้แต่การ Sponsor เว็บไซต์นั้นๆ หรือ แม้แต่การทำกิจกรรมร่วมกับ influencer blogger youtuber ก็ทำได้ เพราะว่าเป็นการสร้าง Digital Footprint ในแหล่งฐานผู้ติดตามใหม่ๆ
ตัวอย่างที่ 4 : การใช้ประโยชน์จาก Marketplace
ในยุคสมัยนี้พฤติกรรมผู้บริโภคได้เปลี่ยนไปจับจ่ายใช้สอยบน Marketplace มากขึ้น เช่น Lazada และ Shopee สิ่งที่เจ้าของสินค้าหลายคนมักคาดไม่ถึงว่าผู้บริโภคของคุณนั้น อาจกำลังตามหาสินค้าแบบคุณบนแพลตฟอร์มเหล่านี้อยู่ แต่คุณไม่ได้ลงไปขายในช่องทางนั้นๆ ทำให้เกิดรูโหว่ให้คู่แข่งได้ตลาดตรงนี้ไป จงอยู่ให้ครบทุกที่ที่ลูกค้าอยู่
Keyman Reputation : ชื่อเสียงตัวละครหลัก
ยิ่งธุรกิจของคุณมีชื่อเสียงมากเท่าไหร่ ลูกค้าอาจสนใจ และเริ่มค้นหา เพื่ออยากรู้จักคุณให้มากขึ้นเท่านั้น เจ้าของธุรกิจหลายคนละเลยที่จะดูแลสิ่งเหล่านี้ ชื่อเสียงก็เปรียบเสมือนดาบสองคม โดยเฉพาะชื่อเสียงที่ถูกเก็บในรูปแบบ Digital Footprint หากไม่จัดการให้ถูกต้อง คุณอาจจะเจอฝันร้ายที่ไม่ทันตั้งตัวกันเลยทีเดียว
CEO / Keyman Marketing
ชื่อของ CEO / Co-Founder มักเป็นสิ่งที่หลายๆ คนอยากจะค้นหาเพื่อรู้จักแบรนด์ให้มากขึ้น สิ่งที่ธุรกิจควรเตรียมให้พร้อมคือข้อมูลเชิงบวกที่จะช่วยให้ภาพลักษณ์ของธุรกิจดียิ้งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทำคลิปบทสัมภาษณ์ CEO การออกสื่ออนไลน์ ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งเหล่านั้นล้วนเป็น Active Digital Footprint ที่ต้องการให้คนอื่นได้พบเห็น
แล้ววิดีโอส่วนตัวที่ CEO ท่านนั้นได้ไปเที่ยวกับเพื่อนๆ หรือ ข้อความบ่นคลาสเรียนสมัยมหาวิทยาลัย ที่ได้โพสไว้ในสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆล่ะ ? ตั้งใจให้ใครก็ตามเข้าถึงหรือเปล่า ? ยิ่งชื่อเสียงมากขึ้น ความเสี่ยงต่างๆก็มากขึ้นตามเช่นกัน
Presenter / Brand Ambassador
นอกจาก Keyman แล้ว ผู้ที่นำเสนอแบรนด์ของคุณเช่น Presenter และ Influencer มักมีฐานแฟนคลับจำนวนมหาศาล ทุกๆ ครั้งที่มีการทำ campaign ร่วมกันอย่าลืมให้พรีเซนเตอร์ลงลิงก์ที่สามารถคลิกกลับมาที่เว็บไซต์ และอย่าลืมกำหนดเงื่อนไขการแสดงออกที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์ของคุณอย่างเคร่งครัด
เทคนิคพื้นฐานการบริหาร Digital Footprint
การทำ Digital Footprint สามารถแบ่งออกไปเป็น 2 กลยุทธ์หลักๆ ซึ่งก็คือการทำแบบ Active และ Passive
กลยุทธ์แบบ Active คือการทำอย่างตั้งใจเพื่อเพิ่มพูน Digital Footprint เช่นการออกสื่อเพิ่ม Brand and Product Presence การทำ traffic hack โดยนำแบรนด์ไปอยู่ในพื้นที่ของ Authority ซึ่งกลยุทธ์นี้ควรทำต่อไปอย่างสม่ำเสมอ
กลยุทธ์แบบ Passive คือ การทำ Footprint แบบ Reverse Engineer ระบบ วิธีนี้ก็คือเมื่อเราเข้าใจว่าระบบชอบบันทึก หรือ อ่านข้อมูล จดจำเราในลักษณะใด เราก็สามารถทำพฤติกรรมนั้นๆซ้ำๆ แบบตั้งใจโดยทำเป็นธรรมชาติ เช่น การใส่ลิงก์เว็บไซต์ไว้ในลายเซ็นของอีเมล์เสมอ
ข้อควรระวัง คือ อย่าพลาดเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่าคิดว่าเรื่องต่างๆ บนโลกออนไลน์เป็นเรื่อง "แค่นี้เอง" เพราะทุกๆ การกระทำบนโลกออนไลน์สามารถถูกค้นหาได้ทั้งหมด อะไรที่ไม่ดีไม่ควรก็ให้รีบเอาออกซะก่อนที่รอยเท้านี้จะฝังลึก
บริการ Footprint Checkup
จากทีมงาน EXTRANICE
ทุกการกระทำ และทุกร่องรอยบนโลกอินเตอร์เน็ตมีความหมาย ถ้าคุณต้องการผู้เชี่ยวชาญมาช่วยคุณตรวจสอบ Digital Footprint ของคุณ ที่ Extranice เราเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนี้โดยเฉพาะ
วิเคราะห์ Digital Presence ของธุรกิจคุณบนโลกออนไลน์
บริการตรวจเช็ค Digital Footprint ที่คุณมีอยู่ว่าดีเพียงพอแล้วหรือยัง? จุดไหนที่ต้องปรับปรุง แก้ไขเพื่อให้ธุรกิจคุณโดดเด่น เข้าถึงง่าย และเป็นที่น่าจดจำในโลกออนไลน์
เปรียบเทียบระหว่างคุณ คู่แข่งในอุตสาหกรรมเดียวกัน
แน่นอนว่าคุณคงไม่อยากที่จะให้คู่แข่งของคุณกอบโกยส่วนแบ่งทางโลกออนไลน์ไป ที่ Extranice เราจะช่วยคุณเปรียบเทียบเพื่อให้คุณรู้ว่าตอนนี้คุณกำลังยืนอยู่ตรงจุดไหน
ค้นหาโอกาสที่คุณไม่ควรทิ้งไป และปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไขโดยเร็ว
เราจะช่วยคุณค้นหาโอกาสที่คุณไม่ควรทิ้งไป อะไรที่คุณสามารถทำเพิ่มเพื่อสร้าง Digital Presence ที่ทรงพลัง และปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไขโดยเร็ว
พวกเรารอที่จะมอบ Digital Footprint Checkup Booklet ให้กับธุรกิจคุณอยู่ หากคุณสนใจบริการทั้งหมด หรือ ส่วนหนึ่งส่วนใดที่เราได้นำเสนอ อย่ารอช้า…คลิกที่ปุ่มด้านล่างเพื่อติดต่อทีมงานได้เลย!